20/3/54

Study UK :41 ฝันร้ายกลางลอนดอน ตอน2


หลังจากที่ผมรู้สึกตัวในตอนเช้าวันใหม่ เพราะมีคนมาเคาะประตู ผมก็งงๆ ง่วงๆ ใครหว่า (มีคนอื่นอีกนอกจากเกย์น่ะ) ก็เลยเปิดประตู ตกใจมากครับ เพื่อนคนนี้ ทำโกโก้มาให้กินตอนเช้าครับ ผมรู้สึกแย่ทันทีครับ


คือไม่ว่าจะเป็นเกย์หรือไม่ก็ตาม ผมเองก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวกับผมอยู่แล้ว ยิ่งมาเข้าห้องนอนอีก อีกแย่เข้าไปใหญ่ ใครจะบอกว่าเขาหวังดีก็เถอะ ผมขอผ่านล่ะกัน ให้เพื่อนคนนี้ไปหวังดีกับคุณแทนเถอะ จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก ฮือ

แทบจะไล่เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากให้เสียน้ำใจ เลยขอบคุณตามมารยาทไปก่อน ก็มาถามนู้นถามนี้อยู่ได้ ไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับชั้นอีก ฮือ 

ก็ตรงๆนะ ไม่ได้ไล่อะไรหรอ ก็แค่ทำบ่นว่าจะนอนต่อจะได้หายเร็วๆ (ขืนหายช้า เดียวซวย) ก็เลยไป แล้วผมก็แอบเอาโกโก้ไปทิ้ง (ถึงรู้ว่าไม่ได้มีอะไรก็เถอะ กินไม่ลงจริงๆ) 

จากนั้นก็โทรมาแม่เลย ไม่เอาแล้ว อยากกลับบ้านแล้ว แม่ตกใจมาก เกิดอะไรขึ้นลูก มีอะไรหรอ ผมก็เล่าๆให้ฟัง เรื่องเกย์ที่มายุ่ง พ่อแม่ก็เลยคุยก่อน แล้วก็ตกลงว่าจะย้ายที่อยู่ แต่คงต้องเสียเงินแพงหน่อย เพื่อที่จะเปลี่ยนที่น่ะ เพราะว่าติดสัญญาอยู่ 3เดือน ก็ตกลงกันรีบร้อย

จากนั้นผมก็นอนทั้งวันเลย ไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำ จนตอนเย็น ผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีกรอบ ผมรู้อยู่แล้วว่า คงเป็นเพื่อนคนนี้ ผมเลยไม่เปิด ไม่พูด ไม่จา เงียบเลย จบเรื่องไป 

"แกร็ง"

ไอ้คุณเกย์ มันเปิดประตูเข้ามาเลย (บุกรุกมาข่มขื่นตูหรอ) ตอนนั้น ผมป่วยอยู่ด้วย แทบจะบ้าแล้ว มันก็มาดูด้วยคามเป็นห่วง คือถ้าเป็นผู้หญิง เด็กๆ มาดูแล มารักษาให้ สงสัย ผมคงติดคุกแน่ หึหึ

"ให้พี่เช็คตัวให้มั้ย"

คือผมคิดอะไรไม่ออกแล้ว ผมไล่อย่างสุภาพ เลยตอนนั้น บอกว่าไม่มีอะไร ปล่อยให้เหงือผมออกเถอะ (ก่อนที่น้ำโมโหผมจะออก) แล้วก็ปิดประตูเลย (ที่ต่างประเทศไม่มีที่ล็อคประตูนะ)

ตอนนั้นคิดอย่างเดียวแล้ว จะกลับบ้าน ไม่อยู่แล้ว ประเทศเกย์บ้านี่ โทรหาแม่เลย ตอนนี้จะอกกี่ศอกก็ร้องไห้แล้ว (ถ้าร้องเสียงดัง เสียตูดแล้วชัวร์ๆ)

เกิดอะไรขึ้น แม่รีบถามเลย ทำไมจะกลับเร็วขนาดนั้น ผมพูดอย่างไม่อายปาก เล่าเรื่องทั้งหมด แบบว่าใส่อารมณ์ เต็มที่ แล้วก็ไม่สนใจอะไรแล้ว

"กูจะกลับบ้าน"

ประมาณว่า งานนี้แม่ไม่ให้กลับบ้าน ก็จะกลับเอง เอาเงินทั้งหมดในธนาคารที่มี ออกให้หมด ตั๋วเครื่องบินเท่าไร เท่ากันเลยงานนี้ รักษาตูดยิ่งชีพแล้ว

อย่างว่าล่ะ พอเอาเข้าจริงก็มีปัญหาที่ว่า มันต้องไม่เป็นโรคก่อน ไม่งั้นไปไม่ได้ ผมก็เลยต้องรอให้หายดีก่อนน่ะล่ะ 

พอเริ่มหาย อาการเริ่มดีขึ้น ก็เริ่มสติดีขึ้น ผมก็เริ่มคิดได้ว่า แค่เรื่องเกย์ ย้ายหอก็ได้ แต่จะคุ้มไม ต้องบวกค่าเสียหายทางจิตใจไปด้วยนะ แต่คิดดูแล้ว สรุปว่า ให้เลยปีใหม่ก่อน ค่อยกลับบ้าน (คือราคาตั๋วเครื่องบิน ช่วงนี้จะราคาแพง ก็เลยรอหลังปีใหม่ก็ได้ ส่วนเรื่องเกย์ ก็จัดการโดย ขอออกจากงานเลย (อ้างว่าร่างกายสุขภาพไม่ค่อยดีน่ะ) 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

^ 2 U the comment